News Sayhibeauty

                        เป็นที่รู้กันว่าเครือข่ายบนโลกโซเชียลมีความสำคัญต่อธุรกิจทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ที่จะช่วยโปรโมทสินค้าและบริการของแบรนด์บนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพลตฟอร์มสมัยนี้มักจะใช้งานง่าย เพียงแค่คุณลงทุนกับโฆษณาบนโซเชียลมีเดียเหล่านี้จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงผู้ บริโภคได้อย่างง่ายดาย

บทความนี้จึงได้รวบรวม 20 โซเชียลมีเดียยอดฮิตในปัจจุบัน ที่จะช่วยเป็นข้อมูลให้คุณตัดสินใจลงการตลาดออนไลน์ได้ง่ายขึ้น
1. Facebook
เป็นโซเชียลมีเดียที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดในขณะนี้ ทั้งในด้านจำนวนผู้ใช้และเป็นที่รู้จัก ก่อตั้งเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2004 เป็นเวลาเพียง 12 ปีมีผู้ใช้งานที่เป็น active user ต่อเดือนถึง 1.59 พันล้านผู้ใช้ และมีธุรกิจขนาดเล็ก-กลางจำนวนกว่า 1 ล้านธุรกิจที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ในการโปรโมทแบรนด์ จึงเป็นหนึ่งในโซเชียลที่น่าลงทุนสำหรับธุรกิจมากที่สุดในขณะนี้
2. Twitter
แม้ว่าจะจำกัดจำนวนตัวอักษรเพียง 140 อักษรในการโพสต์แต่ละครั้ง แต่หารู้ไม่ว่า  Twitter นี้มีผู้ใช้งานกว่า 320 ล้าน active user ต่อเดือนเลยทีเดียว ซึ่งแบรนด์สามารถใช้ช่องทางนี้ในการตอบคำถาม โปรโมตข่าวสารใหม่ๆ ในกลุ่มผู้ฟังอย่างเฉพาะเจาะจง Twitter ก่อตั้งเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2006 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย
3. LinkedIn
ก่อตั้งเมื่อ 14 ธันวาคม 2002 และเปิดตัวเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2003 LinkedIn เป็นที่ยอมรับว่าคือโซเชียลมีเดียสำหรับเครือข่ายของเหล่ามืออาชีพ มีการใช้งานถึง 24 ภาษา และกว่า 400 ล้านผู้ลงทะเบียน จึงถือเป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการเชื่อมต่อผู้คนจากแวดวงเดียวกัน
4. Google+
หากไม่มี Twitter, Facebook หรือ LinkedIn แล้ว Google+ ก็เป็นอีกหนึ่งโซเชียลมีเดียที่เป็นที่นิยม ด้วยความสามารถทางด้าน SEO จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้ Google+ เปิดตัวเมื่อวันที่ 15  ธันวาคม 2011 และมีจำนวนกว่า 418 ล้าน active user แล้วในเดือนธันวาคม ปี 2015
5. YouTube
ปฏิเสธไม่ได้ว่าแหล่งรวมคลิปวิดีโอออนไลน์ที่มากที่สุดคือ YouTube ถูกก่อตั้งเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2005 จากอดีตพนักงาน PayPal และถูกซื้อโดย Google เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2006 ในมูลค่า 1.65 พันล้านดอลล่าร์ ปัจจุบันมีกว่า 1 พันล้านผู้ใช้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่อเดือน และเป็นอันดับสองของ search engine รองจาก Google
6. Pinterest
เปิดตัวเมื่อมีนาคม 2010 โดยแพลตฟอร์มนี้จะให้ผู้ใช้สามารถปักหมุดบนคอนเทนท์ที่สนใจ และเมื่อกันยายน ปี 2015 ทาง  Pinterest มีผู้ใช้กว่า 100 ล้านคนแล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งโซเชียลมีเดียที่กำลังมาแรงในกลุ่มของผู้หญิง เพราะสามารถปักหมุดแฟชั่นที่สาวๆ สนใจ และย้อนกลับมาดูได้อย่างง่ายดาย
7. Instagram
มีลักษณะการใช้งานคล้ายกับ Pinterest เปิดตัวเมื่อวันที่ 6 เดือนตุลาคม 2010 มี active user มากกว่า 400 ล้านผู้ใช้ และปัจจุบันถูกซื้อโดย Facebook โดยมีผู้ใช้จำนวนมากใช้ในการโพสต์ข้อมูลการท่องเที่ยว แฟชั่น อาหาร ศิลปะ ฯลฯ สามารถใส่ฟิลเตอร์เพื่อทำการแต่งรูปหรือวิดีโอให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น ซึ่งเกือบ 95% ของผู้ใช้ Instagram ก็มีบัญชีบน Facebook เช่นกัน
8. Tumblr
Tumblr อาจจะเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่มีการใช้งานยากเล็กน้อย แต่ถือเป็นโซเชียลมีเดียที่น่าสนใจอย่างมาก คล้ายกับการเขียนบล็อก โดยสามารถใช้รูปแบบการโพสต์ได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ไม่ว่าจะเป็นไฟล์รูปแบบ gif, png, flv หรือ mp4 ด้วยความที่ไม่จำกัดรูปแบบเหมือนโซเชียลมีเดียอื่นๆ ทำให้แบรนด์สามารถทำคอนเทนท์ได้ตามที่ใจต้องการ อีกทั้งยังสามารถ reblog ที่คล้ายกับการ retweet ใน Twitter นั่นเอง ส่งผลให้ Tumblr ซึ่งก่อตั้งโดย David Karp ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2007 ปัจจุบันมีผู้ใช้กว่า 200 ล้านบล็อกแล้ว
9. Flickr
อ่านว่า ฟลิคเกอร์ คือแหล่งรวมรูปภาพออนไลน์และวิดีโอโฮส พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Ludicorp เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ปี 2004 และต่อมาถูกซื้อโดย Yahoo ในปี 2005 แพลตฟอร์มนี้เป็นที่นิยมในหมู่ช่างภาพที่ทำการแชร์ภาพถ่ายของตนเองโดยกำหน ดแท็กและสามารถเชื่อมโยงภาพอื่นๆ ที่มีการใช้ชื่อแท็กเดียวกัน เมื่อตุลาคมปีที่แล้ว Flickr มีผู้ใช้งานกว่า 112 ล้านคน ใน 63 ประเทศ และมีรูปภาพกว่าล้านรูปโดยเฉลี่ยที่ถูกแชร์บน Flickr
10. Reddit
เป็นแหล่งของเครือข่ายข่าวสารและความบันเทิงบนโลกออนไลน์ที่ให้ผู้อ่าน สามารถกดติดตามเนื้อหาได้ แถมยังจัดโหวตเพจที่สนใจเพื่อทำการจัดอันดับ โดยเพจที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจะปรากฏที่ส่วนบนของเว็บไซต์หลัก ทั้งนี้  Reddit ถูกก่อตั้งขึ้นโดย Alexis Ohanian และ Steve Huffman เมื่อ 23 มิถุนายน 2005 และอีกสิบปีต่อมามีผู้ใช้ลงทะเบียนกับ Reddit แล้วถึง 231 ล้านผู้ชมเลยทีเดียว
11. Snapchat
เป็นซอฟแวร์แอปพลิเคชันที่มีการสื่อสารกันด้วยภาพ ถูกพัฒนาโดย Reggie Brown, Evan Spiegel และ Bobby Murphy เมื่อยังเป็นนักศึกษาใน Stanford University โดยปล่อยสู่สาธารณะเมื่อเดือนกันยายน 2011 ภายในระยะเวลาสั้นๆ Snapchat ได้กลายเป็นที่นิยมด้วยผู้ใช้กว่า 100 ล้าน active user เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2015 นับว่ามีผู้ใช้ Snapchat ถึง 18% จากจำนวนผู้ใช้โซเชียลมีเดียทั้งหมด
12. WhatsApp
เป็นแอปพลิเคชันในรูปแบบหลายแพลตฟอร์มบนสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ต โดยให้ผู้ใช้งานสามารถส่งข้อความ รูปภาพ ไฟล์งาน ไฟล์เสียง รวมถึงข้อความวิดีโอได้ WhatsApp เริ่มเปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม 2010 และถูกซื้อโดย Facebook เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2014 ด้วยมูลค่า19.3 พันล้านดอลล่าร์ วันนี้ WhatsApp มีผู้ใช้งานกว่าพันล้านคนในการติดต่อสื่อสารกันระหว่างเพื่อน ภายในบริษัท หรือแม้กระทั่งลูกค้า
13. Quora
ความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์เป็นไอเดียหนึ่งของโซเชียลมีเดียแห่งนี้ เปิดตัวเมื่อมิถุนายน ปี 2009 โดย Charlie Cheever และ Adam D’Angelo อดีตพนักงาน Facebook ที่มีผู้ใช้งานกว่า 80 ล้านคน โดยครึ่งนึงเป็นชาวอเมริกัน โซเชียลมีเดียที่มีการถาม-ตอบนี้จะมีการจัดหมวดหมู่ตามเนื้อหาที่ผู้ใช้สนใจ โดยสามารถกดติดตามผู้เขียนเหล่านั้นได้
14. Vine
กว่า 40 ล้านผู้ใช้ Vine ได้เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยการเป็นโซเชียลมีเดียแห่งการแชร์วิดีโอที่จะให้ ผู้ใช้สามารถแชร์วิดีโอของพวกเขาเป็นระยะเวลา 6 วินาที แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่สั้นๆ แต่ธุรกิจจำนวนมากก็ประสบความสำเร็จในการใช้บริการนี้โปรโมทสินค้า Vine ก่อตั้งเมื่อมิถุนายน ปี 2012 และถูกซื้อโดย Twitter เมื่อเดือนตุลาคมในปีเดียวกัน
15. Periscope
เป็นไลฟ์วิดีโอสตรีมมิ่งบนมือถือ พัฒนาขึ้นโดย  Joe Bernstein และ Kayvon Beykpour ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2014 และถูกขายให้กับ Twitter ด้วยมูลค่า 100 ล้านดอลล่าร์ในเดือนมีนาคม ปี 2015 เพียงระยะเวลา4 เดือนต่อมาหลังการเปิดตัว Periscope ได้มีผู้ใช้ 10 ล้านผู้ใช้เลยทีเดียว ถึงขนาดที่ Apple ยกให้ Periscope เป็นแอปฯแห่งปี !
16. BizSugar
เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รวมแหล่งของผู้จัดการ ผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กเข้าไว้ด้วยกัน ถูกพัฒนาโดยกลุ่ม DBH เมื่อปี 2007 และถูกซื้อโดย Small Business Trends LLC ในปี 2009 แพลตฟอร์มนี้ให้ผู้ใช้แชร์วิดีโอ หัวข้อ บล็อก และสามารถกระจายข่าวถ่ายทอดไปยังผู้ติดตาม แถมยังให้ผู้อื่นเข้ามาโหวตได้อีกด้วย
17. StumbleUpon
เป็นเครื่องมือที่แนะนำคอนเทนท์ให้กับผู้ใช้ โดยมีผู้คนจำนวน 25 ล้านคนใช้ StumbleUpon เพื่อความบันเทิงและเป็นแหล่งข้อมูล นอกจากนี้ธุรกิจประเภทสื่อและสิ่งพิมพ์ยังได้ใช้ StumbleUpon ในการโปรโมทแบรนด์ของพวกเขา ถูกซื้อโดย eBay ในช่วงพฤษภาคม 2007 แต่ในอีก 2 ปีต่อมาก็ถูกซื้อกลับโดย Garrett Camp, Geoff Smith และกลุ่มผู้ลงทุน ทำให้กลับมาอยู่ในมือของเหล่า startup อีกครั้ง
18. Delicious
อีกแหล่งของบริการโซเชียลบุ๊กมาร์ก ที่ช่วยเก็บรวบรวมและแชร์ออกไป ถูกพัฒนาโดย Peter Gadjokov และ Joshua Schachter ในปี 2003 และซื้อโดย Yahoo ในปี 2005 จนในที่สุดมีจำนวนบุ๊กมาร์กถึง 180 ล้าน URLs และมีผู้ใช้กว่า 5.3 ล้านคน ทำให้บริษัท Science Inc. สนใจซื้อบริการเว็บโซเชียลบุ๊กมาร์กแห่งนี้ไปในเมษายน ปี 2011
19. Digg
เป็น Aggregator ที่ก่อตั้งมาเป็นระยะเวลากว่าสิบปีแล้ว  โดยเว็บโซเชียลบุ๊คมาร์คแห่งนี้ใช้สำหรับ โปรโมทเว็บไซต์ รวมถึงโปรโมทบล็อกฟรีให้กับผู้ใช้ และยังทำการแชร์คอนเทนต์ไปยังโซเชียลมีเดียอื่นๆ เช่น Facebook และ Twitter ทำให้ในปี 2015 มีผู้ใช้งานถึง 11 ล้าน active user
20. Viber
เป็น VoIP หรือการสื่อสารทางเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ ถูกพัฒนาโดย Viber Media เมื่อ 2 ธันวาคม 2010 โดยการแลกเปลี่ยนไฟล์เสียง วิดีโอ และรูปภาพระหว่างผู้ใช้ ทำให้มีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแล้วจำนวนทั้งสิ้น 600 ล้านคนในปี 2014
ขอขอบคุณ : www.sanook.com

20 โซเชียลมีเดียยอดฮิตในเวลานี้

  
              ชั่วโมงนี้ถ้าจะให้พูดว่าหนุ่มหล่อสไตล์ตี๋ ๆ เป็นสเปคในฝันของสาว ๆ ทั้งประเทศก็คงไม่ผิด เพราะช่วงนี้ดูเหมือนว่ากระแสของพระเอกหน้าตี๋จะมาแรงเหลือเกิน เรียกได้ว่าสาว ๆ กำลังคลั่งไคล้กันทั่วบ้านทั่วเมืองเลยล่ะ ซึ่งในวงการบันเทิงไทยของเรานี้ก็มีพระเอกสไตล์ตี๋ ๆ กันอยู่หลายคนเลยทีเดียว ซึ่งชั่วโมงนี้จะมีใครกันบ้างที่กำลังฮอตสุด ๆ จนกลายเป็นขวัญใจของสาว ๆ ทั้งประเทศ


1. เจมส์ มาร์

          มาแรงสุด ๆ ต้องยกให้หนุ่มหล่อหน้าตี๋คนนี้ บอกเลยทั้งน่ารัก ดูดี และอบอุ่น จนสาว ๆ เขามโนอยากเป็นแฟนกันทั่วบ้านทั่วเมืองเชียวล่ะ


2. ดีเจพุฒ พุฒิชัย
          เป็นอีกหนึ่งพระเอกหนุ่มตี๋ที่กำลังมาแรงเว่อร์ ทั้งขี้เล่น ทั้งยิ้มหวาน มีเสน่ห์สุด ๆ โอ๊ย... เห็นแล้วใจคอไม่ดีเลยจริง ๆ


3. อาเล็ก ธีรเดช

          หนุ่มตี๋ขวัญใจสาว ๆ ตลอดกาล พ่อหนุ่มคนนี้เขามาในลุคขี้อ้อนสไตล์ซน ๆ น่ารักเว่อร์ ๆ เลยล่ะ

4. ต่อ ธนภพ
          หนุ่มตี๋ขวัญใจวัยรุ่นที่แจ้งเกิดจากซีรีส์ดัง "ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น" ลุคแบดบอยของเขาคนนี้ บอกเลยบาดใจสาวสุด ๆ


5. โตโน่ ภาคิน

          หนุ่มตี๋ชาวร็อค ขี้เล่นนิด ๆ แบดบอยหน่อย ๆ แถมยังจริงใจสุด ๆ แบบนี้ จะไม่ให้สาว ๆ ใจละลายได้ยังไงไหว

6. สน ยุกต์

          เป็นหนุ่มตี๋ที่ครองใจสาว ๆ มาหลายปี แต่ความฮอตของเขาคนนี้ก็ไม่เคยลดลงเลยจริง ๆ


7. โทนี่ รากแก่น

          หนุ่มตี๋หน้าตาดี ที่ตอนนี้กำลังฮอตสุด ๆ บอกเลยหล่อเป๊ะทุกองศา ขยี้ใจสาวสุด ๆ อะคนเนี้ย



 8. ทอย ปฐมพงศ์

         พระเอกหนุ่มตี๋หน้าใหม่ที่กำลังมาแรง บอกเลย ! หนุ่มน้อยคนนี้ขวัญใจสาว ๆ วัยรุ่นเขาล่ะ

9. เจมส์ จิรายุ

          พระเอกหน้าตี๋ที่ขึ้นแท่นเป็นซุปตาร์สุดฮอตของประเทศ น่ารักขนาดนี้ ใครไม่รักก็บ้าแล้ว


ขอขอบคุณ : www.kapook.com

เครดิตภาพจาก : Instagram a_supachai1, aarshar, push_dj, lekteeradetch, torthanapobb, nadaobangkok, mootono29, sonyuke, tonirakkaen, muwaan1, jirayu_jj

9 พระเอกหน้าตี๋มาแรง สเปคในฝัน กระชากใจสาว ๆ

                   คบหาดูใจกันมา 8 ปี จนหลายคนลุ้นว่าเมื่อไหร่จะมีข่าวดีสักที สำหรับคู่รัก "" และ "นุ่น รมิดา" ล่าสุดในงานแถลงข่าวการแข่งขันเอเชียโฟลว์ทัวร์ 2559 ไทยแลนด์ควอลิฟายเออร์ สนามที่ 1 ณ วานา นาวา หัวหิน ฝ่ายชายก็ออกมาเปิดใจแล้วว่า อีกไม่นานก็รอทุกคนอาจจะได้ยินข่าวดี เพราะตอนนี้ได้มีการพูดคุยเรื่องแต่งงานกันบ้างแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสได้พาผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาเจอหน้ากัน ซึ่งเรือนหอนั้น หนุ่มหลุยส์ เผยว่า ได้จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว


เมื่อไหร่จะมีข่าวดี ? 
"ไม่น่าจะนานมากครับ"
มีการพูดคุยบ้างหรือยัง ?
"ก็มีแซวๆ ครับ ก็ต้องมีอยู่แล้วเพราะข่าวกระหน่ำขนาดนี้ (หัวเราะ)"
ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันหรือยัง ?
"ยังไม่ได้เจอกันครับ แต่ก็อยากให้คุณแม่ลองไปเจอบ้าง ผมลองคุยกับคุณแม่ไว้แล้ว ว่าอยากลองไปเจอกันก่อนไหม เพราะเราก็เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งนานแล้ว เราก็อยากให้คุณแม่เค้าเห็นด้วย"
แพลนจริงๆ แล้ว ปีนี้หรือปีหน้า ?
"อันนี้ยังบอกไม่ได้นะ แต่ถ้าปีนี้น่าจะยากนิดนึง ไม่งั้นเราต้องหมั้นแล้วแต่งเลย มันจะเร็วไป คงเป็นปีถัดๆ ไป"
อยากมีน้องหรือยัง เพราะคนอื่นแซงหน้าไปหมดแล้ว ? 
"อยากได้มาก เพราะเราก็เห็นของพี่มิค น้องออกมาน่ารักมาก ตอนแรกผมนึกว่าผมจะเป็นคนแรกในกลุ่มเพื่อนที่มีลูกเป็นคนแรก แต่สุดท้ายทุกคนเริ่มมีกันหมดแล้ว เลยเริ่มมองว่าทำไมคนอื่นแซงไปหมดแล้ว"
เรือนหอเสร็จหรือยัง ? 
"ผมทำเผื่อไว้แล้วเรียบร้อย ไม่ต้องห่วง"
ทุกคนรอลุ้นกับเรา ? 
"ขอบคุณมากครับ"



ขอขอบคุณ : www.sanook.com
เครดิตภาพ : Instagram @louisscott

ลุ้น!! "หลุยส์" เปิดใจอีกไม่นานแต่ง "นุ่น"

                 ส่องความแซ่บ กระแต ศุภักษร คุณแม่คนสวย เผลอแป๊บเดียวกลับมาหุ่นดีฮอตฉ่าเหมือนเดิมแล้ว

          ทำเอาตะลึงงันอย่างแรง เมื่อได้เห็นภาพล่าสุดในอินสตาแกรมของคุณแม่คนสวย กระแต ศุภักษร ที่เพิ่งคลอดลูกสาว น้องเจ้าขา ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่เวลาผ่านไปแค่เดือนเดียว เจ้าตัวกลับมาหุ่นดีเป๊ะปังแซ่บเหมือนเดิมแล้ว 












ขอขอบคุณ : www.kapook.com

ภาพจาก : Instagram iamkratae


ส่องความแซ่บ "กระแต ศุภักษร" คุณแม่คนสวย กลับมาฮอตเหมือนเดิมแล้ว

            ต่อให้ลดน้ำหนักแทบเป็นแทบตาย แต่คุณอาจพลาดนำความอ้วนมาสู่ตัวเองได้ เพราะนั่งขับรถวันละเป็นชั่วโมง !

          ใครที่ชอบขับรถนาน ๆ ฟังเพลงโปรดไปเรื่อย ๆ อาจต้องปรับทัศนคติกันสักหน่อย เพราะงานวิจัยชี้มาแล้วนะคะว่า แค่เราใช้เวลาขับรถนานเป็นชั่วโมง หรือมากกว่านั้น เพื่อไปทำงาน หรือไปยังจุดหมายแห่งใดแห่งหนึ่งก็ตาม คุณก็มีโอกาสจะอ้วนขึ้น โดยเพิ่มทั้งน้ำหนักตัวและรอบเอวกันเลยทีเดียว



          ศาสตราจารย์ Takemi Sugiyama จากสถาบันสุขภาพและศาสตร์แห่งวัย มหาวิทยาลัย Australian Catholic ได้เผยผลวิจัยที่ร่วมศึกษากับ Australian Diabetes, Obesity and Lifestyle โดยทดลองกับชาวออสเตรเลียที่ขับรถเป็นประจำกว่า 2,800 คน และทำการเก็บข้อมูลของอาสาสมัครมาใช้วัดค่าดัชนีมวลกาย (BMI), รอบเอว, วัดระดับกลูโคสในพลาสม่า และความสามารถในการเผาผลาญของร่างกาย 



          โดยผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่ใช้เวลาอยู่ในรถนานเป็นชั่วโมง ๆ มีค่าดัชนีมวลกายที่มากกว่าคนที่ขับรถไม่เกิน 15 นาที ประมาณ 0.8 หรือคิดเป็นน้ำหนักตัวประมาณ 2.3 กิโลกรัม ต่อความสูง 170 เซนติเมตร และยังวัดรอบเอวได้เพิ่มขึ้นราว ๆ 1.5 เซนติเมตร โดยเพศชายมีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากการขับรถนาน ๆ มากกว่าเพศหญิงด้วยนะคะ





ขอขอบคุณ : www.kapook.com

ขอขอบคุณข้อมูล :sciencedaily,indiatimes

แค่รถติดก็ทำให้คุณอ้วนได้ !



          อัพเดทภาพ น้องคิตตี้ กัจนฐานิยา นักแสดงเด็กสุดฮา โตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว น่ารักไม่เบา

          เผลอแป๊บเดียว น้องคิตตี้ กัจนฐานิยา นักแสดงเด็กสายฮาที่เคยฝากฝีไม้ลายมือการแสดงมาแล้วหลายเรื่องทั้งภาพยนตร์และงานละคร ก็โตเป็นสาวเต็มตัวแล้วล่ะ แถมน้องคิตตี้ยังน่ารักไม่เบาเลย
















ขอขอบคุณ : www.kapook.com

"คิตตี้ กัจนฐานิยา" นักแสดงเด็กสายฮา โตเป็นสาวแล้ว น่ารักมาก

 เมื่อค่ำวันที่ 23 มิ.ย. นางเอกซุเปอร์สตาร์ 'อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ' เดินทางไปร่วมงาน "Grand Opening Beauty Club" สาขาเมเจอร์ รังสิต จากนั้น"อั้ม"ได้พูดถึงกระแสทีเซอร์ละคร"เพลิงพระนาง" ที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี



เมื่อผู้สื่อข่าวถามเรื่องทีมีปัญหากับแฟนหนุ่มนักธุรกิจ 'แอมป์-พิธาน' นั้น นางเอก"อั้ม"กล่าวว่า"ที่จริงไม่อยากพูดเรื่องส่วนตัว แต่ทราบว่าทุกคนรอให้เราพูดเรื่องนี้ คือไม่ได้คุยกันนานแล้วค่ะ"

 ผู้สื่อข่าวถามว่า บอกได้มั้ยว่ามีเรื่องอะไรกัน อั้มกล่าวว่า "ที่จริงเป็นเรื่องส่วนตัวนะ เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆค่ะ"

 เมื่อถามว่า ตอนนี้สถานะคืออะไร อั้มกล่าวว่า ไม่ได้คุยกันแล้วค่ะ เมื่อถามว่าว่า บอกได้มั้ยว่าเลิกกันแล้ว "อั้ม"กล่าวว่า "ไม่ได้บอกเลิกกันค่ะ"


เมื่อถามว่า ทางแอมป์มาง้อบ้างมั้ย อั้มกล่าวว่า "ไม่มีเลยค่ะ"

 เมื่อถามย้ำว่า เสียใจบ้างมั้ย อั้มกล่าวว่า "ไม่ค่ะ เป็นเรื่องปกติที่ทะเลาะกัน"

 จากนั้นก็มีคนมาดึง "อั้ม" ซึ่งมีสีหน้าเศร้าๆ ออกจากวงสัมภาษณ์ไปทันที


สำหรับเส้นทางความรักของ 'อั้ม-พัชราภา' กับ 'แอมป์-พิธาน' คบหากันมา 6 ปี โดยก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยเลิกรากันมาแล้วเมื่อปลายปี พ.ศ.2556 ด้วยเหตุผลที่ฝ่ายชายไม่เข้าใจที่เห็นนางเอกสาวหมกมุ่นและทำใจไม่ได้ที่ 'เจ้ากีต้าร์' สุนัขตัวโปรดที่เลี้ยงมา 16 ปีตายไป ก่อนที่จะกลับมาคบกันอีกครั้งและทวีความสวีตหวานมากขึ้น


กระทั่งเมื่อช่วงประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เริ่มมีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าในอินสตาแกรมส่วนตัวของ 'อั้ม-พัชราภา' กลับไม่มีรูปของแฟนหนุ่ม 'แอมป์-พิธาน' ลงเหมือนเช่นเคย อีกทั้งในงานฉลองวันคล้ายวันเกิดของ เมย์-ปทิดา กำเนิดพลอย หรือ เมย์ เฟื่องอารมย์ เพื่อนสาวคนสนิทของอั้ม เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ยังไร้เงาของหนุ่ม 'แอมป์' ไปร่วมงานอีกด้วย ประกอบกับที่ 'เมย์-ปทิดา' ออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าทั้งคู่มีปัญหาทะเลาะกันจริงแต่ไม่ทราบว่าเรื่องอะไร






ขอขอบคุณ : khoasod.co.th


นางเอกซุปตาร์"อั้ม-พัชราภา"ยอมรับทะเลาะจริง ไม่ได้คุยกับ"แอมป์-พิธาน"นานแล้ว(คลิป)

ทฤษฎีโลกทึ่ง !! “เวลาซื้อกางเกงทำไมต้องวัดกับคอ” ลองฟังเรื่องราวสุดอัศจรรย์ของร่างกายที่คุณต้องอึ้ง ไปฟังเรื่องราวเรื่องนี้กันเลยครับ


หลายคนอาจจะสงสัยใช่มั้ย เวลาที่เราไปชื้อกางเกง แล้วจะเลือกไซร์เอวให้ตรงกับเรา แต่บางคนก็จำไซร์ที่เราใส่ได้ บางคนจำไม่ได้ก็ต้องให้ พ่อค้า-แม่ค้า ที่ร้านวัดไห้ แต่ บางร้านก็จะมีสายวัดรอบเอวเรา แต่บางร้านก็ไม่มี แต่มีอีกวิธีที่เราอยากจะรู้กันมากคือ ทำไมต้องเอากางเกงไปวัดที่คอ แล้วถ้าวัดแล้ว กางเกงมันโอบถึงกันพอดี นั่นแสดงว่าเราใส่กางเกงตัวนั้นได้


ก็คือว่า สัดส่วนของร่างกายมีกฎของมันครับ รอบวงคอจะเป็นครึ่งของรอบเอว 1 รอบเอว = 2 รอบคอ 1 รอบคอ = 2 รอบข้อมือ ”จากหลักนี้ทำให้คนวัดไซส์กางเกงจากการเอามาวัดคอ เพราะมันวัดที่ครึ่งเดียวของเอวกางเกง เราไม่ได้เอากางเกงมาพันคอซะหน่อย” และอีกเกร็ดหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ความยาวของเท้าคนเราจะยาวเท่ากับช่วงแขนด้านใน จากพับแขนถึงข้อมือ ถ้าไม่เชื่อ ลองยกเท้าขึ้นมาวางที่ท้องแขนดูสิ


ไขความลับ! “เวลาซื้อกางเกงทำไมต้องวัดกับคอ” ลองฟังเรื่องราวสุดอัศจรรย์ของร่างกายที่คุณต้อง...

๑.) ห้ามใส่ชุดสีดำเยี่ยมคนป่วย เพราะสีดำเป็นสีที่คนโบราณถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความทุกข์โศก การใส่ชุดดำไปเยี่ยมผู้ป่วยนั้นเป็นการแช่งให้ผู้ป่วยตายเร็วขึ้น

๒.) จิ้งจกร้องทัก ห้ามออกจากบ้านเด็ดขาด โดยถ้าเสียงนั้นอยู่ด้านหลังหรือตรงศีรษะให้เลื่อนการเดินทางแต่หากเสียงร้องทักอยู่ด้านหน้าหรือซ้าย ให้เดินทางได้ จะทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นสะดวกสบาย




๓.) ตุ๊กแกร้องตอนกลางวัน เชื่อว่าจะมีเหตุร้ายเพราะตามปกติแล้วตุ๊กแกที่อาศัยในบ้านมักจะร้องตอนกลางคืน ถ้าร้องตอนกลางวันถือเป็นลางบอกเหตุร้าย เนื่องจากคนโบราณเชื่อว่าตุ๊กแกคือ วิญญาณของปู่ย่าตายายที่ตายไปแล้วมาอาศัยอยู่ คอยคุ้มครองลูกหลานจากภัยอันตราย

๔.) นกแสกเกาะหลังคาบ้าน จะเกิดลางร้าย เพราะนกแสกเป็นนกที่ถือว่าให้ความอัปมงคล เนื่องจากโดยธรรมชาตินกแสกมักจะไม่มาปะปนอยู่ตามที่อยู่อาศัยของคน

๕.) ถ้านกถ่ายรดบนศรีษะ เชื่อว่าจะโชคร้าย หากกำลังจะออกเดินทางแล้วถูกนกถ่ายรดที่ศรีษะซะก่อน ให้หยุดการเดินทางทันที หรือเลื่อนกำหนดออกไปเป็นวันรุ่งขึ้น 


๖.) เมื่อตัวเงินตัวทองคลานเข้าบ้าน ให้พูดแต่สิ่งดีๆ ไม่ให้ไล่

๗.) กลางคืนถ้าได้ยินเสียงร้องทักห้ามขานรับ เพราะเชื่อว่าเป็นเสียงของดวงวิญญาณอาจจะมาหลอนมาหลอกหรือเป็นการเชิญวิญญาณเข้าบ้าน

๘.) คนที่มีไฝที่ริมฝีปากล่าง ให้ระวังปากนำเคราะห์ เพราะพูดไม่คิด และมักเป็นคนใจร้อน อารมณ์รุนแรงขาดเหตุผลในการยับยั้งชั่งใจ

๙.) คนใดที่มีลักษณะผมหยิกๆ หน้าสั้นคอสั้น มักจะเจ้าชู้ (แต่เป็นความเชื่อขำๆนะ อันนี้ต้องคิดว่าต้องดูต่อจากภายในหัวใจ)

๑๐.) คนใบหูใหญ่มักร่ำรวยและมีบุญวาสนา คนใบหูหนาเป็นคนมีศีลธรรมคนใบหูบางเป็นคนโดดเดี่ยว ไร้บุญวาสนา

๑๑.) คนที่พูดจาหลายเสียงในการพูดคุยครั้งเดียวกันเป็นคนคบยาก เพราะหาความแน่นอนอะไรไม่ได้

๑๒.) คนหัวล้านมักจะเจ้าชู้และเจ้าเล่ห์ ซึ่งได้ต้นแบบมาจากขุนช้างในวรรณคดี ทำให้คนโบราณเชื่อว่า คนลักษณะแบบนี้จะมีนิสัยเหมือนขุนช้าง

๑๓.) เด็กทารกคนใดที่เกิดมาแล้วมีปาน คนโบราณเชื่อว่า ได้เกิดมาแล้วชาติหนึ่ง (ชาติที่แล้ว) และถูกป้ายด้วยของตำหนิเอาไว้ หากเป็นปานแดงหมายถึงถูกป้ายด้วยปูนแดง และหากเป็นปานดำหมายถึงถูกป้ายด้วยถ่าน

๑๔.) ห้ามปลูกต้นไม้ที่วัดปลูกมาแล้ว (เช่น ไปเอาต้นไม้ที่อยู่ในวัดมาปลูกที่บ้าน) เพราะเชื่อกันว่า ต้นไม้ที่ขึ้นตามวัดหรือนำไปปลูกที่วัดเป็นของสูงและสมควรอยู่ในวัด หากนำมาปลูกที่บ้านจะทำให้บ้านนั้นตกอับ

๑๕.) ห้ามตัดผมวันพุธ เพราะเชื่อว่าการตัดผมวันพุธจะทำให้เกิดอัปมงคลกับชีวิต เพราะอย่างนี้ ร้านตัดผมหลายร้านมักจะนิยมหยุดทำการในวันพุธ

๑๖.) หากตาซ้ายกระตุก เชื่อว่ามีเคราะห์ โชคร้ายผิดหวัง ถ้าตาขวากระตุกถือว่าโชคดี แต่ถ้าเป็นในช่วงกลางคืน ตาขวากระตุกจะไม่ดี จะมีเคราะห์มีเหตุร้ายเกิดขึ้น แต่ถ้าหากเป็นตาซ้ายกระตุกจะมีโชคลาภจากเพื่อน

๑๗.) หากสัตว์ป่าเข้าบ้านเชื่อว่าจะนำความอัปมงคลมาให้ ควรจุดธูปเทียน ดอกไม้และเชิญให้ออกจากบ้าน พร้อมกับขอพรให้นำพาสิ่งดีงามมาให้

๑๘.) ห้ามเผาศพวันศุกร์ เพราะคนโบราณถือว่าการเผาศพในวันศุกร์จะให้ทุกข์กับคนเป็นญาติ เนื่องจากวันศุกร์เป็นวันแห่งโชคลาภ เหมาะกับงานมงคลมากกว่า

๑๙.) ในขณะที่กำลังสางผม หากหวีเกิดหักคาผม จะเกิดเรื่องไม่ดีตามมา ให้นำหวีนั้นทิ้งไปเลย (ซื้อมาเป็นพันเป็นหมื่นก็อย่าเสียดาย) ไม่ให้เก็บไว้ใช้หรือนำไปซ่อมมาใช้ใหม่

๒๐.) ตอนกลางคืนถ้าได้กลิ่นธูปลอยมา คนโบราณเชื่อกันว่า เป็นวิญญาณของญาติสนิทภายในครอบครัวมาหา

๒๑.) ผึ้งทำรังในบ้าน เชื่อว่ามีโชค อย่าไปไล่หรือทำลายเด็ดขาดเพราะอาจจะทำให้เกิดความหายนะ เพราะผึ้งเป็นแมลงนำโชคที่ขยันการทำงาน

๒๒.) การปลูกต้นว่านชี้ชะตาได้ โดยถ้าต้นว่านเจริญงอกงาม ทำนายว่าการค้าจะงอกงาม แต่ถ้าต้นว่านแห้งเหี่ยว ทำนายว่าการค้าจะไปไม่รอด

๒๓.) ก่อนออกจากบ้านให้ตั้งสติและก้าวเท้าขวาออกก่อนเท้าซ้าย จะนำโชคดีมาให้ เพราะเชื่อว่าร่างกายมนุษย์เป็นพลังงานลบที่อ่อนแอกว่าด้านขวา

๒๔.) หากนั่งล้อมวงกินข้าวกันอยู่ และเกิดมือชนกันขณะเอื้อมไปตักกับข้าว เชื่อกันว่าจะมีแขกมาเยือนให้เตรียมตัวต้อนรับ

๒๕.) อย่าเคาะจานข้าว เพราะเชื่อว่าจะเป็นการเรียกวิญญาณที่พเนจร เมื่อได้ยินเสียงเราเคาะจาน ก็จะพากันมาแย่งเรากินข้าว (บางคนกินข้าวจะรู้สึกว่ากินไม่อิ่ม)

๒๖.) กลางคืนห้ามกวาดบ้าน เพราะเชื่อว่าจะเป็นการกวาดเงินกวาดทองที่สะสมมาตั้งแต่ตอนเช้าออกไปหมดซึ่งอาจเป็นได้ว่าเมื่อก่อนไม่มีไฟฟ้าตอนกลางคืนมืดมาก การกวาดบ้านตอนกลางคืนจึงไม่ปลอดภัย

๒๗.) ไม่ควรมีรูปภาพหรือรูปปั้นยักษ์ประดับตกแต่งบ้าน เพราะจะทำให้คนในบ้านทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยและทำให้มีแต่เรื่องเดือดร้อน

๒๘.) อย่าตั้งเตียงนอนโดยเอาหัวเตียงหันไปชนกับห้องน้ำ เพราะจะทำให้โชคลาภหนีหาย และอย่าตั้งเตียงนอนโดยหันปลายเตียงตรงกับประตูทางเข้าพอดี เพราะจะทำให้ฝันร้าย

๒๙.) การแบ่งอาหารและน้ำให้แก่สุนัขหรือแมวจรจัดที่หิวโหย หรือการให้ที่พักพิงแก่สัตว์เหล่านี้ในวันฝนตกเป็นอานิสงส์มหาศาล

๓๐.) อย่าปล่อยให้ครัวสกปรก เพราะจะทำให้อับโชค ขาดเงิน ขาดทอง

๓๑.) อย่าให้ของขวัญคนรักหรือเพื่อนสนิทเป็นผ้าเช็ดหน้า เพราะถือว่าเป็นลางไม่ดี หากมอบให้แล้วจะถือว่าเป็นลางต้องจากกันหรือมีเรื่องทะเลาะกัน

๓๒.) ถ้าปล่อยให้กระจกในบ้านขุ่นมัว จะทำให้ดวงชะตาของคนในบ้านจะหม่นหมองทำอะไรก็ไม่ขึ้น จึงต้องหมั่นเช็ดกระจกสม่ำเสมอ

๓๓.) วันโกน วันพระวันเกิด และวันเข้าพรรษา ควรงดมีเพศสัมพันธ์ เพราะถือว่าเป็นวันบิรสุทธิ์ (คนที่อยู่ในวัยเรียนอย่าแม้แต่จะคิด)

๓๔.) หากเดินไปเจอเหรียญตกให้เก็บเป็นเหรียญนำโชค หากมองผ่านเลยไป จะเหมือนเป็นการดูถูกเงินน้อย ทำให้อับโชคในช่วงเวลานั้นๆ (เก็บให้ตำรวจก็ดีนะเออ)

๓๕.) การสวมแหวนนิ้วกลางข้างขวา ถือเป็นการเสริมดวงการเงินและบารมี ส่วนการสวมแหวนนิ้วนางหรือนิ้วก้อยถือเป็นการเสริมเสน่ห์และเสริมดวงความรัก

๓๖.) ห้ามสาวโสดร้องเพลงในครัว เพราะจะทำให้มีแฟนเป็นคนแก่ หรือหาแฟนไม่ได้ แต่ถ้าตำครกเสียงดัง จะมีหนุ่มมาสู่ขอ

๓๗.) การทำบุณโลงศพอนาถาที่ไร้ญาติ จะเสริมชะตาของเราให้กล้าแข็ง ทำให้ทุกข์และเคราะห์เบาบางลงไปได้

๓๘.) ควรหมั่นดูแลหิ้งพระให้สะอาดสม่ำเสมอ ไม่อย่างนั้นจะถือว่าเป็นการทำให้เกิดความอับโชคหรือเสื่อมลาภ เสื่อมยศได้

๓๙.) ในบ้านควรมีไข่และส้มในตะกร้าเสมอ เพื่อเรียกความสมบูรณ์พูนสุขเข้าบ้าน

๔๐.) ห้ามหญิงมีครรภ์ไปงานศพ เพราะเกรงว่าวิญญาณจะสามารถเข้าไปรบกวนทารกในครรภ์ ทำให้เกิดอันตรายได้

๔๑.) ห้ามนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตกจะทำให้นอนฝันร้าย ตื่นขึ้นมาไม่สดชื่น

๔๒.) ถ้าสร้อยคอขาดออกจากคอหรือหลุดออกมา จะมีเหตุให้พบเรื่องร้าย

๔๓.) ห้ามทักเด็กแรกเกิดที่ยังเล็กว่าน่ารัก เพราะอาจทำให้วิญญาณอิจฉา ลักพาตัวไป

๔๔.) ห้ามตัดเล็บกลางคืน วิญญาณบรรพบุรุษจะอยู่ไม่เป็นสุข เพราะสมัยก่อนการตัดเล็บจะใช้มีดเจียนหมาก หรือมีดเล็กๆ จึงห้ามตัดเล็บในเวลากลางคืน เพราะอาจะเป็นอันตราย

๔๕.) จะก้าวขึ้นหรือลงบันได ให้ก้าวทีละก้าวทีละขั้น อย่าก้าวทีเดียวสามชั้น จะทำให้ทำมาหากินไม่สำเร็จ เหมือนไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ให้ค่อนเป็นค่อยไป อย่าทำอะไรที่ให้เกินความสามารถ หรือข้ามขั้นตอน

๔๖.) ห้ามหญิงท้องไปดูคนคลอดลูกจะทำให้คลอดลูกยาก เพราะหากหญิงมีครรภ์ไปดูคนอื่นคลอดลูกแล้วเห็นภาพอาการเจ็บปวดของการคลอดอาจจะทำให้กลัวและเกิดอาการเสียขวัญ

๔๗.) โต๊ะเครื่องแป้งที่มีกระจกเงา หรือบางกระจกเงาทั้งหลาย ไม่ควรนำมาวางตั้งให้ตรงกับปลายเตียงหัวเยงหรือเหนือเพดาน เพราะจะทำให้หมกหมุ่นอยู่กับเรื่องเพศ นอนหลับไม่สนิท และมักฝันร้ายอยู่บ่อยๆ

๔๘.) ฝนตั้งเค้า ให้ปักตะไคร้คว่ำลงดินกลางที่โล่งแจ้ง จะทำให้ฝนหยุดตก

๔๙.) อย่าลูบศีรษะของเด็ก โดยเฉพาะเด็กไทย เพราะศีรษะถือเป็นส่วนศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรให้ใครลูบเล่น

๕๐.) ฝันว่างูรัด ทำนายว่าคนโสดจะได้พบเนื้อคู่เร็วๆนี้ฝันว่างูกัดทำนายว่าศัตรูเพศตรงข้ามจะคิดร้ายหรือได้รับเคราะห์จะเพื่อนบ้าน

๕๑.) ฝันเห็นคนตายหรือศพ ทำนายว่าจะได้ลาภจากเสี่ยงโชค

๕๒.) ฝันว่าฟันหักทำนายว่าจะสูญเสีย โดยถ้าฝันว่าฟันบนหัก ทำนายว่า จะเสียญาติผู้ใหญ่ข้างฝ่ายบิดา ถ้าฟันล่างหัก ทำนายว่าจะเสียญาติผู้ใหญ่ข้างมารดา

๕๓.) ฝันว่าจูบกับคนรัก จะได้รับเคราะห์เล็กๆน้อยๆจากคนใกล้ตัว

๕๔.) ห้ามฉลองก่อนวันเกิด เพราะอาจหมายถึงการรีบเร่งไปสู่ความตาย

๕๕.) ภายในบ้านไม่ควรมีประตู ๓ บาน ตรงกันหรือเหลื่อมล้ำตรงกันเพียงนิดเดียว เพราะเป็นสัญลักษณ์ของประตูจาก ๓ โลก ทำให้วิญญาณเดินผ่านมาได้

๕๖.) คางคกขึ้นบ้านถือเป็นลางดี แสดงว่าบ้านนั้นกำลังจะมีโชค

๕๗.) มือซ้ายกระตุก เชื่อว่ามีลางร้ายมีเหตุจะต้องเสียเงินเสียทองมือขวากระตุกเชื่อว่าเป็นลางที่ดีมาก จะได้รับโชคลาภ และอาจได้ลาภลอยจาการเสี่ยงโชค

๕๘.) ถ้านกในกรงที่เลี้ยงไว้ร้องในเวลากลางคืนเชื่อว่าจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง

๕๙.) ผู้หญิงระหว่างมีประจำเดือน ไม่ควรก้าวล้ำไปในวัด เพราะอาจก่อให้เกิดความอัปมงคล

๖๐.) ความฝันในตอนเช้ามักเป็นความจริง เพราะคนโบราณเชื่อว่าเทวดามาโปรดสัตว์ซึ่งเคยเป็นญาติมิตรของเรานั่นเอง

คุณอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน ความเชื่อของคนโบราณ…ที่เราไม่ควรลบหลู่ [อ่านเถอะ แล้วคุณจะได้รู้อะไรดีๆ อีกเยอะ]