-------Advertisement----------

รู้ไว้ใช่ว่า…”ว่านหางจระเข้” มีดีมากกว่ารักษาสิว!

-------Advertisement----------
ใครๆ
ต่างก็รู้ดีว่า ว่านหางจระเข้เป็นไอเท็มสุดเริ่ดใช้รักษาสิว ฝ้า รอยแผลเป็น คงไว้ซึ่งผิวใสสวยเด้ง
แต่ลึก ๆ แล้วยังมีสรรพคุณมากกว่านั้น สมกับเป็นสมุนไพรคู่ทุกครัวเรือน เป็นยาก็ดี ทำของหวานก็อร่อย
ปลูกต้นเดียวคุ้มเวอร์

ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera)
เป็นไม้ล้มลุกใบหนายาว ขอบใบมีหนามแหลมคล้ายหางจระเข้ ทีเด็ดอยู่ที่วุ้นใส ๆ
สีเขียวอ่อนและมีเมือกเหนียว ส่วนนี้แหละที่เขาเอามารักษาสิวหรือแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
แค่ตัดใบว่านหางจระเข้แล้วแช่น้ำไว้ 10-15 นาทีเพื่อล้างยางสีเหลืองออกให้หมด ปอกเปลือกเอาแต่วุ้นใส ๆ
แล้วล้างน้ำซ้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ หรือบดละเอียดแล้วแต้มสิวหรือแผลเป็นไม่นานอาการก็ทุเลา
ไม่ใช่แค่รักษาภายนอกได้เท่านั้น ภายในก็ทำได้ดีจนเราอยากเมาธ์ให้สาว ๆ ฟัง
ร้อนๆ แบบนี้
การดื่มน้ำว่านหางจระเข้เป็นตัวเลือกที่ดีใช่ย่อย
เพราะเราจะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอความแก่ชราและยังเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้เราอีกด้วย
นี่ยังไม่นับรวมวิตามิน กรดอะมิโนจำเป็นอีกหลายชนิด เช่น แมกนีเซียม โพแทสเซียม แมงกานีส กลุ่มวิตามินบี
วิตามินเอและซี แถมมีงานวิจัยการันตีว่าสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลได้
บรรเทาอาการปวดข้อ
ออกกำลังกายหนัก ๆ
บางทีก็ต้องปวดขาปวดข้อทายาอย่างเดียวไม่พอ ต้องพ่วงว่านหางจระเข้ด้วย ง่าย ๆ
แค่เอาตัววุ้นมาล้างให้สะอาดแช่เย็น กิน 1-2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้งเป็นประจำ
หรือปั่นน้ำว่านหางจระเข้กินเย็น ๆ นอกจากชื่นใจแล้วยังปัดเป่าอาการเจ็บปวดได้ด้วย สาว ๆ
คนไหนที่รู้ตัวว่ากำลังเจอปัญหาเส้นเล ือดดำขอดที่ขา
ทาวุ้นว่านหางจระเข้ตรงบริเวณนั้นก็ช่วยบรรเทาได้เช่นกัน
แก้เมารถเมาเรือ
คนไหนขี้เมา (รถกับเรือ)
ลองกินวุ้นหรือน้ำว่านหางจระเข้เย็น ๆ ก่อนออกเดินทางสิ อาการดีขึ้นทันตาเห็น
ถ้าขึ้นพาหนะแล้วยังเมาอยู่ให้ดื่มน้ำว่านหางจระเข้อีกครั้ง หายใจลึก ๆ จะวิงเวียนน้อยลง
ยิ่งบางคนต้องเดินทางนาน ๆ ควรตระเตรียมใส่กระบอกเก็บความเย็นไว้พกกินระหว่างทางพลังงานแค่ 53
แคลอรี่ต่อ 100 กรัม

รักษารอยไหม้จากการฉายรังสี
ความร้อนจากรังสีทำให้เกิดรอยไหม้และแผลอักเสบได้นำวุ้นว่านหางจระเข้มาประคบบริเวณที่ปวดแสบปวดร้อน
แผลจะค่อย ๆ แห้งและตกสะเก็ด หลุดออกโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็นเพราะในวุ้นมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ลดการอักเสบและเร่งการเจริญเติบโตของเซลล์ แผลจึงหายเร็วขึ้น

ขอขอบคุณ : yaklai.com
ขอบคุณข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ขอบคุณข้อมูลจาก Woman′s Health ฉบับเดือนพฤษภาคม 2016
-------Advertisement----------
loading...